แมงกานีส
แมงกานีส ( Manganese ) คือ แร่ธาตุสำคัญที่มีอยู่ในร่างกายของคนในวัยผู้ใหญ่ จำเป็นต้องได้รับวันละ 10-20 มิลลิกรัม ซึ่งมักพบสะสมในกระดูก ตับ ตับอ่อน และต่อมพิทูอิทารี
แหล่งที่พบแมงกานีส
แหล่งที่พบแมงกานีสตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ ตับ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล หอยนางรม นม เนย ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ ข้าวเจ้า แห้ว ถั่ว ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ถั่วทอด อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ซีเรียลโฮลเกรน หัวบีตรูต หัวปลี ผลไม้ ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล สับปะรด องุ่น เชอร์รี่ มะพร้าว มะกอก อะโวคาโด เอพริคอต แคร์รอต มะตูม มะขวิด กระจับ ผักใบเขียว คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เป็นต้น
ประโยชน์ของแมงกานีส
แมงกานีส (Manganese) ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่จำเป็นต่อกระบวนการนำไบโอติน วิตามินบี 1 วิตามินซี มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยมีความสำคัญต่อโครงสร้างกระดูก สำคัญต่อกระบวนการย่อยอาหารเพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ สำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์และระบบประสาท และมีความสำคัญต่อการสร้างไทรอกซินซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักของต่อมไทรอยด์ โดยมีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก. หรือ mg.)
- ช่วยให้ร่างกายสามารถใช้โคลีน ช่วยเลี้ยงเส้นประสาทและสมอง ทำให้ระบบประสาทและสมองทำงานได้อย่างเป็นปกติ
- เป็นตัวกระตุ้นน้ำย่อยที่มีความจำเป็นในการนำวิตามินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไบโอติน วิตามินบีหนึ่ง และวิตามินซี มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
- ช่วยในการสังเคราะห์กรดไขมันและคอเลสเตอรอล
- มีส่วนในการสร้างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน
- มีความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างของกระดูก โดยช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมในร่างกาย ช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุน
- ช่วยในการสร้างและรักษาเม็ดเลือดแดง
- มีความจำเป็นต่อการผลิตน้ำนม ในหญิงตั้งครรภ์ และช่วยในการสร้างยูเรีย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของปัสสาวะ
- ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเพศ
- มีความจำเป็นต่อการปล่อยพลังงานในร่างกาย ช่วยลดอาการอ่อนล้าของร่างกาย
อาการเมื่อขาดแมงกานีส
การขาดแมงกานีสจะมีผลให้ร่างกายต้านทาน กลูโคส ( Glucose Tolerance ) ได้ลดน้อยลง คือ ร่างกายจะขาดความสามารถที่จะนำเอาน้ำตาลในเลือดที่มีอยู่มากเกินไปออกไป โดยการเอาไปเก็บไว้ที่อื่นได้ นอกจากนี้การที่ร่ายกายไม่ได้รับแมงกานีสอย่างเพียงพอยังส่งผลให้เกิดภาวะเคลื่อนไหวไม่ประสานกันคือจะมีอาการเดินเซคล้ายคนเมาเหล้า และยังทำให้เกิดอัมพาต ตาบอด หูหนวก และชักในเด็กทารก ผู้ใหญ่จะมีอาการการวิงเวียนศีรษะ และมีปัญหาต่อการได้ยิน
โรคจากการขาดแมงกานีส ได้แก่ ภาวะเดินเซ และศัตรูของแมงกานีส ได้แก่ แคลเซียมและฟอสฟอรัส ถ้ามีในปริมาณมาก อาจยับยั้งการดูดซึมของแมงกานีสได้ เช่นเดียวกับเส้นใยอาหารและกรดไฟติกในรำข้าวและถั่วต่าง ๆ
คำแนะนำในการรับประทาน แมงกานีส
- ขณะนี้ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานอย่างเป็นทางการ แต่มีงานวิจัยว่ารับประทานได้ในปริมาณ 2-5 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ใหญ่
- ธาตุแมงกานีสในรูปแบบอาหารเสริมส่วนมากจะอยู่ในรูปของวิตามินรวมและแร่ธาตุรวม โดยมีปริมาณตั้งแต่ 1-9 มิลลิกรัม
- สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านความจำหรือมักมีอาการใจลอยอยู่บ่อย ๆ ควรได้รับแมงกานีสอย่างเพียงพอ
- สำหรับผู้ที่มีอาการมึนศีรษะบ่อยครั้งควรรับประทานแมงกานีสให้มากขึ้น
- สำหรับผู้ที่ดื่มนมหรือบริโภคเนื้อสัตว์เป็นปริมาณมากควรได้รับแมงกานีสมากขึ้น
| ปริมาณแมงกานีสที่พอเพียงต่อวัน ( AI ) สำหรับคนไทยในแต่ละวัย | |||
| เพศ | อายุ | ปริมาณ | หน่วย |
| ทารก | 6-11 เดือน | 0.6 | มิลลิกรัม/วัน |
| เด็ก | 1-3 ปี | 1.2 | มิลลิกรัม/วัน |
| 4-8 ปี | 1.5 | มิลลิกรัม/วัน | |
| วัยรุ่นชาย | 9-12 ปี | 1.9 | มิลลิกรัม/วัน |
| 13-18 ปี | 2.2 | มิลลิกรัม/วัน | |
| วัยรุ่นหญิง | 9-18 ปี | 1.6 | มิลลิกรัม/วัน |
| ผู้ใหญ่ผู้ชาย | 19 – ≥ 71 ปี | 2.3 | มิลลิกรัม/วัน |
| ผู้ใหญ่ผู้หญิง | 19 – ≥ 71 ปี | 1.8 | มิลลิกรัม/วัน |
| ผู้หญิงตั้งครรภ์ | ควรได้รับเพิ่มอีก | 0.2 | มิลลิกรัม/วัน |
| ผู้หญิงให้นมบุตร | ควรได้รับเพิ่มอีก | 0.8 | มิลลิกรัม/วัน |
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด
ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณมาก แต่ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงแมงกานีสจากแหล่งอุตสาหกรรม ผู้ที่เสี่ยงต่อการได้รับแมงกานีสสูงเกินไปก็คือคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นพิษต่อร่างกายได้ โดยจะมีอาการคือ ไม่มีเรี่ยวแรง เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างยากลำบาก ซึ่งมีผลจากมีระดับแมงกานีสในเนื้อเยื้อมีปริมาณสูง ดังนั้นในกลุ่มเสี่ยงจึงควรระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น
อ้างอิง
https://pharmacy.mahidol.ac.th/
เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.
