วิตามินเค
วิตามินเค เป็นวิตามินประเภทที่ละลายในน้ำมัน มีบทบาทสำคัญในด้านการแข็งตัวของเลือด การช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูก
วิตามินเคมี 3 ชนิดคือ
1. วิตามินเค 1 (Phylloquinone) พบในพืช พบมากในผักใบเขียว อะโวคาโด กีวี ใช้ในทางยาเพื่อรักษาโรค
2. วิตามินเค 2 (Menaquinone) พบในเนื้อ ไข่ นม ถั่วหมักญี่ปุ่น และสามารถสร้างได้จากแบคทีเรียในลำไส้
3. วิตามินเค 3 (Menacione) เป็นวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นและอยู่ในรูปที่ละลายน้ำ เป็นวิตามินที่ถูกสั่งห้ามใช้ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเนื่องจากหากใช้ปริมาณมากจะเกิดการแพ้ เลือดไหล และทำลายตับ
วิตามินเค 1 และวิตามินเค 2 จับแคลเซียมจากไตมาไว้ที่กระดูก วิตามินเค 2ช่วยลดการเกิดกระดูพรุนในสตรีวัยทอง วิตามินเค 2สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเค 1 ได้โดยเนื้อเยื่อของร่างกาย
แหล่งที่พบวิตามินเค
วิตามินเค พบในตับ ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช มะเขือเทศ ผักใบเขียว ผักโขม และแบคทีเรียในลำไส้สร้างขึ้นได้ วิตามินเคจำเป็นในการสร้างโพรทรอมบินซึ่งเป็นสารช่วยให้เลือดแข็งตัวที่บาดแผล บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
อาการเมื่อขาดวิตามินเค
เลือดเป็นลิ่มช้า แข็งตัวยาก เลือดไหล ไม่หยุด ท้องเสียมาก
ปริมาณที่แนะนำให้รับประทาน
ปริมาณวิตามินเคที่เพียงพอสำหรับทารกคือ 10-20 ไมโครกรัม
สำหรับเด็กคือ 15-100 ไมโครกรัม
สำหรับผู้ชายอายุ 25 ปีคือ 120 ไมโครกรัม
และสำหรับผู้หญิงคือ 90 ไมโครกรัม
โดยปกติร่างกายจะไม่ขาดวิตามินเคเพราะแบคทีเรียในลำไส้สร้างได้เว้น แต่ในลำไส้เด็กแรกเกิดยังไม่มีแบคทีเรียจึงทำให้ขาดวิตามินเค ทำให้เกิดเลือดออกจากอวัยวะเพศและเลือดออกตามผิวหนัง (Hemorrhagic disease of the newborn
ในผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ พบว่าทำให้วิตามินเค 2ลดลง 74% เพราะยาทำการฆ่าเชื้อในลำไส้ทำให้ร่างกายไม่มีตัวผลิตวิตามินเคและยังพบด้วยว่าผู้สูงอายุมีวิตามินเค 2 ลดลง
อ้างอิง
https://pharmacy.mahidol.ac.th/
เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.
