🔥 ทำไมน้ำหนักหลังผ่าตัดลดเร็วช่วงแรก แต่พอผ่านไปสักพักกลับ “ค้าง” — และจะแก้ยังไง?

หนึ่งในประสบการณ์ที่คนผ่าตัดลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) เจอเหมือนกันแทบทุกคน คือ “ช่วงแรกน้ำหนักลงเร็วมาก” แต่พอผ่านไปไม่กี่เดือน น้ำหนักกลับเริ่มนิ่ง ค้าง หรือขยับลงช้าลงอย่างเห็นได้ชัด จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่กินก็น้อย ออกกำลังกายก็มากกว่าเดิม ทำไมตัวเลขบนตาชั่งถึงไม่ขยับเหมือนช่วงแรก?

ความจริงแล้ว…นี่เป็น “ปรากฏการณ์ปกติ” ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยหลังผ่าตัดเกือบทุกคน และมีคำอธิบายทางสรีรวิทยาที่ชัดเจนมาก ซึ่งถ้าเข้าใจกลไกนี้ จะช่วยให้เรารับมือกับช่วงน้ำหนักค้างได้ดีขึ้น และกลับมาลดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

💡 ทำไมน้ำหนักช่วงแรกถึงลงเร็วมาก?

หลังผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ร่างกายจะได้รับอาหารน้อยลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการลดน้ำหนักแบบก้าวกระโดดในช่วง 1–3 เดือนแรก ซึ่งมีเหตุผลสำคัญดังนี้:

1) กล้ามเนื้อ (เตาเผาพลังงาน) ยังมีขนาดใหญ่เหมือนเดิม

ก่อนผ่าตัด ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อจำนวนมากพอสมควร เพราะต้องรองรับน้ำหนักตัวที่มากกว่าเดิมหลายสิบกิโลกรัม
กล้ามเนื้อคือ “เตาเผาพลังงาน” ที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย แม้ตอนนั่งเฉย ๆ ร่างกายก็ต้องใช้พลังงานเพื่อดูแลกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นช่วงแรกหลังผ่าตัด:

  • กล้ามเนื้อยังเยอะ
  • เตาเผายังใหญ่
  • การเผาผลาญยังสูง
  • แต่กินได้น้อยลงมาก

ผลลัพธ์คือ “น้ำหนักลดเร็วมาก”


⚠️ แล้วทำไมน้ำหนักถึงเริ่มค้าง?

หลายคนคิดว่า “คงเพราะกินเยอะขึ้น” แต่ความจริงแล้วแพทย์ยืนยันว่าไม่ใช่เสมอไป
จากข้อมูลของ Temple Health และ Virtua Health พบว่า น้ำหนักค้างหลังผ่าตัดเป็นเรื่องปกติ และเกิดจากการที่ร่างกายกำลังปรับตัว

แต่สาเหตุสำคัญที่คนมักไม่รู้คือ…

❗ กล้ามเนื้อลดลง → เตาเผาพลังงานเล็กลง → เผาผลาญตก → น้ำหนักค้าง

หลังผ่าตัด ผู้ป่วยกินได้น้อยมาก โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อ
เมื่อโปรตีนไม่พอ ร่างกายจะดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้แทน ทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ลดลง

กระบวนการนี้เกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ แต่ส่งผลรุนแรงต่อการลดน้ำหนัก:

  1. กินได้น้อย → โปรตีนไม่พอ
  2. ร่างกายดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อ
  3. กล้ามเนื้อหดเล็กลง
  4. เตาเผาพลังงานเล็กลง
  5. อัตราการเผาผลาญลดลง
  6. น้ำหนักเริ่มค้าง แม้จะกินน้อยเหมือนเดิม

Renew Bariatrics อธิบายว่าในช่วงหลังผ่าตัด ร่างกายจะสูญเสียทั้งน้ำ น้ำหนักไขมัน และ “มวลกล้ามเนื้อ” ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การเผาผลาญลดลงและเกิดภาวะน้ำหนักค้างได้ง่าย


🔥 กล้ามเนื้อ = เตาเผาพลังงานของร่างกาย

กล้ามเนื้อเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย
แม้ตอนนั่งเฉย ๆ ร่างกายก็ต้องใช้พลังงานเพื่อดูแลกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา

จึงเกิดหลักการสำคัญ:

มวลกล้ามเนื้อขนาดเตาเผาการเผาผลาญผลลัพธ์
กล้ามเนื้อเยอะเตาเผาใหญ่เผาผลาญดีน้ำหนักลงง่าย
กล้ามเนื้อน้อยเตาเผาเล็กเผาผลาญตกน้ำหนักค้างง่าย

ดังนั้น “น้ำหนักค้าง” ไม่ได้แปลว่าคุณทำผิด แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังปรับตัว และเตาเผาพลังงานเริ่มเล็กลงจากการสูญเสียกล้ามเนื้อ


🧩 แล้วจะแก้ปัญหาน้ำหนักค้างหลังผ่าตัดได้อย่างไร?

ข่าวดีคือ…สามารถแก้ได้! และเป็นวิธีที่แพทย์ทั่วโลกแนะนำตรงกัน

✅ 1) รักษามวลกล้ามเนื้อด้วยการกินโปรตีนให้พอ

เป้าหมายคือ “กันไม่ให้ร่างกายดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อ”

แนวทางที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ:

  • โปรตีน 60–90 กรัมต่อวัน (ขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์แต่ละราย)
  • เน้นโปรตีนย่อยง่าย เช่น เวย์โปรตีน, ไข่, ปลา, เต้าหู้
  • แบ่งกินหลายมื้อ เพราะกระเพาะใหม่รับอาหารได้น้อย

การกินโปรตีนพอคือหัวใจสำคัญที่สุดของการป้องกันกล้ามเนื้อหาย


✅ 2) เพิ่มขนาดเตาเผาด้วย “เวทเทรนนิ่ง”

การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้เตาเผาพลังงานใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

ตัวอย่างที่เหมาะกับผู้ผ่าตัด:

  • ยกดัมเบลเบา ๆ
  • บอดี้เวท เช่น สควอท วิดพื้น
  • ยางยืดออกกำลังกาย
  • ฝึกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง

ไม่ต้องหนัก แต่ต้อง “สม่ำเสมอ”


✅ 3) เพิ่มการเผาผลาญด้วยคาร์ดิโอ

เพื่อเร่งเบิร์นพลังงานให้มากขึ้น

แนวทางที่แนะนำ:

  • ออกกำลังกายรวม 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • หรือเดินวันละ 8,000 ก้าวขึ้นไป

การเดินเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ผ่าตัด


🧠 ทำไมน้ำหนักค้างถึงเป็นเรื่องปกติ?

ข้อมูลจาก Temple Health ระบุว่า “น้ำหนักค้าง” หรือ Weight-loss Plateau เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวให้เข้ากับน้ำหนักใหม่และการกินแบบใหม่ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วง 3–12 เดือนหลังผ่าตัด และถือเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเข้าสู่สมดุลใหม่ ไม่ใช่ความล้มเหลว

Virtua Health ยังเสริมว่า แพทย์จะกังวลก็ต่อเมื่อ “ไม่มีช่วงค้างเลย” เพราะแปลว่าร่างกายยังไม่ปรับตัว ซึ่งผิดธรรมชาติของการลดน้ำหนักหลังผ่าตัด


💬 สรุปแบบเข้าใจง่าย

  • ช่วงแรกน้ำหนักลงเร็ว เพราะกล้ามเนื้อยังเยอะ → เตาเผายังใหญ่
  • พอกินน้อยนาน ๆ โปรตีนไม่พอ → กล้ามเนื้อหาย → เตาเผาเล็กลง
  • เผาผลาญตก → น้ำหนักค้าง แม้จะกินน้อยเหมือนเดิม
  • วิธีแก้คือ:
    ✔ กินโปรตีนให้พอ ต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อไม่ให้ไปดึงออกมาจากกล้ามเนื้อ
    ✔ ฝึกเวทเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มขนาดเตาเผาพลังงาน
    ✔ เดินหรือออกกำลังกายเพิ่มเพื่อเร่งเบิร์น ช่วยร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน

นี่คือวิธีที่แพทย์ทั่วโลกใช้ และได้ผลจริง

การผ่าตัดลดน้ำหนักคือ “จุดเริ่มต้น” ไม่ใช่จุดจบ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดคือสิ่งที่จะกำหนดผลลัพธ์ระยะยาว


Reference :

1) Muscle Loss & Metabolism After Bariatric Surgery

Jung, H. N., Kim, S. O., Jung, C. H., Lee, W. J., Kim, M. J., & Cho, Y. K. (2023). Preserved muscle strength despite muscle mass loss after bariatric metabolic surgery: A systematic review and meta-analysis. Obesity Surgery. https://doi.org/10.1007/s11695-023-06796-9

2) Weight-Loss Plateau After Bariatric Surgery

Clarke, T. M. (2024). Hit a plateau after bariatric surgery? How to get back on track with your weight-loss goals. Temple Health.
https://www.templehealth.org/about/blog/hit-a-plateau-after-bariatric-surgery

3) Why Weight-Loss Plateaus Happen & How to Break Them

Bariatric Fusion. (2023). How to break a weight loss plateau after bariatric surgery.
https://www.bariatricfusion.com/blogs/blog/how-to-break-a-weight-loss-plateau-after-bariatric-surgery