ทองแดง
ทองแดง (Copper) เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวัน
ประโยชน์ของทองแดงต่อร่างกายมนุษย์
- ทองแดงมีหน้าที่ช่วยในการเปลี่ยนเหล็กให้เป็นฮีโมโกลบินซึ่งเป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือดแดง
- ทองแดงจะทำงานร่วมกับวิตามินซีในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นของผิวหนัง กระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อในกระดูก
- ทองแดงช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้แผลหายเร็ว
- ทองแดงมีส่วนช่วยในการสร้างกรดอะมิโนไทโรซีน เกี่ยวข้องกับโปรตีนสำหรับการเจริญเติบโต
- ทองแดงช่วยให้เส้นประสาททำงานตามปกติ
- ทองแดงช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลดการอักเสบของข้อ
- เป็นส่วนของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase)ที่เปลี่ยนไทโรซีนไปเป็นเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ซึ่งเป็นสีดำของเส้นผมและผิว จึงเกี่ยวข้องกับสีของเส้นผม สีตา และสีผิว เพราะเม็ดสีช่วยในการป้องกันแสงแดด
- เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์บางชนิด เช่น เอนไซม์ที่สร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย และยังช่วยให้เหล็กดูดซึมได้ดี
แหล่งอาหารที่พบทองแดง
แหล่งอาหารที่พบทองแดงคือ หอยนางรมตับ เมล็ดทานตะวัน ธัญพืช ปู กุ้ง มะม่วง พรุนหรือแม้แต่การปรุงอาหารด้วยกระทะทองแดงก็จะมีทองแดงปนออกมา และยังพบทองแดงได้ใน
น้ำประปา โดยมักพบว่าอาหารที่มีเหล็กจะมีทองแดงด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ร่างกายมักไม่ขาดทองแดง เพราะในอาหารที่รับประทานแต่ละวันจะได้รับทองแดงถึง 2,000 ไมโครกรัมขึ้นไปอยู่แล้ว
อาจพบการขาดทองแดงในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดที่น้ำหนักต่ำกว่า1,500 กรัม และเลี้ยงด้วยนมวัวเพียงอย่างเดียว อาการเมื่อขาด โลหิตจางเหนื่อยง่าย ติดเชื้อง่าย ผมแข็งและขดเป็นเกลียว สีผมและสีผิวจาง การหายใจผิดปกติ เป็นแผลที่ผิวหนัง บวมน้ำ กระดูกพรุน ต่อมไทรอยด์ หัวใจ และระบบประสาททำงานผิดปกติ
ปริมาณที่แนะนำให้รับประทาน
ปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันคือ 1,000 ไมโครกรัม
ปัจจุบันไม่พบพิษจากการได้รับปรมาณที่มากเกิน เนื่องจากทองแดงมีการดูดซึมน้อยและขับทิ้งมาก ยกเว้นผู้ที่เป็น
โรควิลสัน (Wilson’s disease) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม จะมีความผิดปกติของการกำจัดทองแดง และได้รับทองแดงในปริมาณสูงมาก ๆ ติดต่อกันนาน ทำให้มีทองแดงคั่งในตับ สมอง และกระจกตาซึ่งจะมองเห็นเป็นวงแหวนสีน้ำตาลหรือเขียวที่กระจกตา สมองโต ตับโต ทรงตัวไม่ได้ ควบคุมกล้ามเนื้อไม่ได้ ต้องลดอาหารที่มีทองแดงสูงและรับประทานยาขับทองแดง เพนนิซิลามีน (Penicillamine)
อ้างอิง
https://pharmacy.mahidol.ac.th/
เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.

