โฟเลต

โฟเลต เป็นสารในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งเป็นวิตามินประเภทที่ละลายในน้ำ อาจเรียกว่า วิตามินบี 9

โฟเลตมีหน้าที่ช่วยสร้างเซลล์ เนื้อเยื่อ พัฒนาระบบประสาทและสมอง ควบคุมการสร้างสารพันธุกรรมจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายโดยเฉพาะเด็กทารก เด็กก่อนวัยเรียน และเด็กวัยเรียน

โฟเลตป้องกันความผิดปกติของร่างกายระหว่างตั้งครรภ์โดยเฉพาะการสร้างประสาทและสมองป้องกันการแท้ง ช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคุมความอยากอาหาร บรรเทาอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

ลดระดับโฮโมซิสเทอีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ลดการเกิดมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น

ประโยชน์หรือหน้าที่อื่นๆของโฟเลต

  • เร่งการสลายไขมัน ลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในตับ และในเลือดพบความสัมพันธ์ว่าการที่ร่างกายมีฟเลตต่ำมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ21 การรับประทานโฟเลต 5 มิลลิกรัมต่อวันช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงของเส้นเลือดในสมองแตก (Stroke) พบว่าการขาดโฟเลต วิตามินบี 12 และวิตามินบี 6 จะทำให้กรดอะมิโนโฮโมซีสเทอีน (Homocysteine) สูงซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจ หากได้รับโฟเลตจะทำให้โฮโมซีสเทอีนลดลง
  • เพิ่มประสิทธิภาพของสมอง การศึกษาในผู้ที่อายุ 50 ปี จำนวน 818 คนเป็นเวลา 3 ปี พบว่ากลุ่มที่รับประทานกรดโฟลิก 2 เท่าของปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDA) หรือ 800 มิลลิกรัม พบว่ามีความจำระยะสั้น ความคิดและการพูดดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก
  • ลดการแพ้ หอบหืด โดยพบว่าคนที่รับประทานโฟลิก 8.083 คน มีภูมิคุ้มกันที่ก่ออาการแพ้ (I9E) ในเลือดลดลง
  • ช่วยในการสร้างสเปีร์มในเพศชาย ในเพศหญิงช่วยให้ไข่แบ่งตัวสมบูรณ์และช่วยการฝังตัวของตัวอ่อน

แหล่งอาหารที่พบโฟเลต

โฟเลตพบได้ในอาหารทั่วไป โดยเฉพาะในผักจะมีมาก ซึ่งผักชนิดแรกที่พบคือ ใบโฟเลียม(Folium leaf) จึงนำมาตั้งเป็นชื่อของวิตามินโฟเลต

นอกจากผักแล้วยังพบได้ในถั่ว ธัญพืช เนื้อ ตับ ไข่ ไก่ หมู อะโวคาโด  กล้วย ส้ม ผลไม้รสเปรี้ยว ข้าวซ้อมมือ และยีสต์ เป็นต้น ซึ่งในธรรมชาติจะอยู่ในรูปของโฟเลต หากอยู่ในรูปสังเคราะห์จะอยู่ในรูปกรดโฟลิก

อาการเมื่อขาดโฟเลต

การขาดโฟเลตในคนทั่วไป เนื่องจากการรับประทานอาหารไม่ครบถ้วน การตั้งครรภ์ การดูดซึมผิดปกติ หรือการดื่มสุรา

การขาดโฟเลตระหว่างการตั้งครรภ์ส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักตัวน้อยอาจพิการและแท้งได้ สตรีมีครรภ์จึงควรรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิก หรือรับประทานโฟเลตเสริมอาหาร สตรีชาวไอริชในเขตซานเมืองราว 85%รับประทานกรดโฟลิกเสริมก่อนการตั้งครรภ์

เนื่องจากโฟเลตมักขาดในสตรีซึ่งต้องใช้โฟเลตในการสร้างเม็ดเลือดโดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน สตรีมีครรภ์ต้องการโฟเลตสูง และโฟเลตยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาร่างกายของทารก การขาดกรดโฟลิกทำให้เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เป็นโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงแบ่งตัวช้าจึงมีขนาดใหญ่ผิดปกติ (Megaloblastic anemia)

หากทารกในครรภ์อายุ 2 เดือนมีโฟลิกต่ำ จะส่งผลให้เกิดกระดูกสันหลังโก่ง กระดูกไม่ปิด การสร้างสมองผิดปกติ

การรับประทานแอสไพริน ยาคุมกำเนิด ยากันชัก (Phenytoin) ยาลดน้ำตาลในเลือด (Metformin)ยาต้านอักเสบ (Sulfasalazine) ยาขับปัสสาวะ (triamterene) ยานอนหลับ(Barbiturates) ยาแก้แพ้ภูมิ (Methotrexate) ทำให้โฟเลตในเลือดลดต่ำ ผู้ป่วย ลำไส้อักเสบและผู้ที่สูบบุหรี่จะขาดโฟเลต

Giovannucci และคณะ ได้ศึกษาประซากรอเมริกัน 47,931 คน อายุ 40-70 ปี พบว่าผู้ที่ดื่มสุราและขาดโฟเลตจะเป็นมะเร็งลำไส้สูงกว่าผู้ที่รับประทานโฟเลตและกรดอะมิโนเมทไธโอนีน

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทาน

อายุปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน
แรกเกิด – 6 เดือน65
6 เดือน –  1 ปี80
1-3 ปี150
4-8 ปี200
9-13 ปี300
14 ปี ขึ้นไป400
สตรีมีครรภ์600
สตรีให้นมบุตร500

หากร่างกายได้รับโฟเลตจากอาหารไม่เพียงพอก็สามารถรับประทานจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ ไม่มีรายงานพิษจากการที่รับประทานโฟเลตมากกว่าปริมาณที่แนะนำเพราะโฟเลตละลายน้ำได้ ส่วนที่เกินจึงถูกขับออกพร้อมกับปัสสาวะ


อ้างอิง

https://pharmacy.mahidol.ac.th/

https://haamor.com/

https://th.my-best.com/

เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.