ไอโอดีน
ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทุกช่วงอายุ จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองความจำ การทำงานของร่างกาย และควบคุมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตไขมันและโปรตีน จึงมีผลต่อการใช้พลังงานและอุณหภูมิของร่างกาย
แหล่งอาหารที่พบไอโอดีน
ไอโอดีนพบในอาหารทะเลทุกชนิดพบมากที่สุดในสาหร่ายทะเล และยังพบในพืชที่ขึ้นบนดินที่มีไอโอดีนสูง เช่น ชา ปัจจุบันมีการเสริมไอโอดีนในไข่ไก่ เกลือ น้ำปลาและเครื่องปรุงรสที่ใช้เกลือเป็นส่วนประกอบพบว่าปลาทะเล 100 กรัม มีไอโอดีนประมาณ 50 ไมโครกรัม สาหร่ายทะเล 100 กรัม มีไอโอดีนประมาณ 200 ไมโครกรัม เกลือทะเล 5 กรัม มีไอโอดีน 10-25 ไมโครกรัม แต่อาหารที่ผ่านการปรุงแล้วมีปริมาณไอโอดีนที่ลดลงมาก
ไอโอดีนในธรรมชาติจะไม่คงตัว เมื่อไอโอดีนจับกับธาตุอื่นจะคงตัวมากขึ้น เช่นโพแทสเซียมไอโอไดด์ (Potassium iodide: KI) จึงนิยมใช้โพแทสเชียม ไอโอไดด์เป็นไอโอดีนเสริมในสตรีมีครรภ์
อาการเมื่อขาดไอโอดีน
การขาดสารไอโอดีนพบในประชากรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง และพื้นที่ห่างไกลทะเล
โรคที่เกิดจากการขาดไอโอดีนคือ
1. คอพอก (ต่อมไทรอยด์มีขนาดโตกว่าปกติ) หากขาดมากจะเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ สาเหตุที่คอโตเพราะต่อมไทรอยด์บริเวณคอถูกกระตุ้นให้สร้างไทรอกชิน ต่อมไทรอยด์จึงทำงานอย่างหนักเพื่อจะจับไอโอดีนในเลือดมาสร้าง แต่ไอโอดีนที่มีไม่พอทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักจึงโต
2. ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หากเกิดในผู้ใหญ่จะมีอาการเกียจคร้าน เชื่องช้า ง่วงซึม เหนื่อยง่าย ร่างกายดูดซึมน้ำตาลต่ำ ผิวหนังแห้ง เหงื่อไม่ออก ทนความหนาวเย็นไม่ค่อยได้ เสียงแหบ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ท้องผูก คอเลสเตอรอลในเลือดสูง บวมน้ำที่ตาทำให้ตาโปน อ้วน (Myxoedema) หาnเป็นเพศชายจะมีอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สำหรับผู้หญิงประจำเดือนอาจมาไม่ปกติ เกิดถุงน้ำในเต้านมและรังไข่ หากเกิดในเด็กจะมีอาการเหมือนผู้ใหญ่ สติปัญญาต่ำ การเจริญเติบโตทางร่างกายช้า (Cretinism) หากขาดชั้นรุนแรงจะทำให้ตาบอด หูหนวก เป็นใบ้ ปัญญาอ่อน ไม่สามารถแก้ไข่ได้
3. ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ทารกกำลังสร้างสมอง จำเป็นต้องใช้ไอโอดีนจากมารดา ในช่วงไตรมาส 2-3 ทารกสามารถสร้างฮอร์โมนไทรอยด์บางส่วนได้ แต่ยังต้องอาศัยจากมารดาด้วย ดังนั้นแม่ที่ขาดไอโอดีนขณะตั้งครรภ์ ลูกที่ออกมาจะเป็นปัญญาอ่อนหรือที่เรียกว่า โรคเอ๋อ การเจริญเติบโตต่ำ โครงสร้างของกระดูกจมูกและขากรรไกรผิดปกติ และผิวแห้ง แต่ถ้าขาดไอโอดีนรุนแรงอาจจะแท้ง หรือทารกพิการไม่มีแขนขา ระบบประสาทและกล้ามเนื้อผิดปกติ ในเด็กแรกเกิดหากขาดไอโอดีนจะเสียชีวิตได้
คำแนะนำในการรับประทานไอโอดีน
ร่างกายต้องการไอโอดีน 150 ไมโครกรัมต่อวัน ทุกวัน เพราะร่างกายมักได้รับไม่เพียงพอจากอาหาร องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดความต้องการไอโอดีนต่อวันสำรับสตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรได้รับวันละ 250ไมโครกรัม ซึ่งตรงกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดยแนะนำให้สตรีมีครรภ์ได้รับไอโอดีนจากอาหารและไอโอดีนเสริม เนื่องจากมีการขับออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรได้รับเกิน 900- 1,000ไมโครกรัม และกำหนดให้คนอายุต่างๆ
ตารางแสดงปริมาณที่ควรได้รับไอโอดีน
| ช่วงอายุ | ความต้องการไอโอดีน (ไมโครกรัมต่อวัน) |
| เด็กแรกเกิด – 5 ขวบ | 90 |
| 6 – 12 ปี | 120 |
| >12 ปี , ผู้ใหญ่ | 150 |
| สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร | 250 |
ไอโอดีนจำเป็นสำหรับคนทุกวัย แม้แต่คนอายุมากก็ยังจำเป็นต้องรับประทานไอโอดีน เพื่อให้การเผาผลาญพลังงานเป็นไปตามปกติ และช่วยในด้านความจำ
ไม่มีรายงานการเกิดพิษเนื่องจากได้รับไอโอดีนมากเกินไปโดยการบริโภคน้ำหรืออาหาร แต่ไอโอดีนที่อยู่ในรูปของยาควรระวังในการบริโภคการรับประทานไอโอดีนเกินวันละ 2,000 ส่วนในล้านส่วนเป็นเวลานานทำให้เกิดโรคคอหอยพอกเป็นพิษ (Toxic goiter) มีอาการเหนื่อยง่าย ผอมผิดปกติตื่นเต้น นอนไม่หลับ(Graves’ disease) ตาโปน
การบริโภคในครั้งเดียวประมาณ 2 กรัม ทำให้ปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง ไตวาย หมดสติ และเสียชีวิตได้ แต่การได้รับไอโอดีนมากเกินไปพบได้น้อย และร่างกายก็มีกลไกกำจัดไอโอดีนที่เกิน ผลวิจัยส่วนใหญ่พบว่ายังขาดไอโอดีนกันมาก จึงควรให้ไอโอดีนเสริม
ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่มีอันตราย ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร เพื่อเสริมเมื่อไม่ได้รับจากอาหาร โดยรับประทานในปริมาณที่เคร่งครัด ผู้ที่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ควรปรึกษาแพทย์ผื่นแดง ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน หายใจไม่สะดวก ควรพบจะเป็นการดีกว่า
อ้างอิง
https://pharmacy.mahidol.ac.th/
เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.
