วิตามินเอ
วิตามินเอหรือเรตินอล มีส่วนช่วยในการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในที่มืด ป้องกันโรคตาบอดกลางคืน (Night blindness) รักษาสุขภาพผิวหนัง สร้างเยื่อบุต่าง ๆ เยื่อบุช่องปากและทางเดินอาหาร ต้านความเสื่อมความชรา
วิตามินเอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างกระดูกและฟัน การเติบโต ภูมิต้านทานป้องกันหัด ท้องร่วง ปอดบวม ลดเวลาในการรักษาโรคติดเชื้อสร้างสเปิร์ม และฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน ป้องกันมะเร็งเยื่อเมือก เช่นมะเร็งปอด มะเร็งทางเดินหายใจ มะเร็งทางเดินปัสสาวะ
วิตามินเอมี 3 ชนิด คือ
1. เรตินอล (Retinol) เป็นวิตามินเอในรูปที่พบมากในธรรมชาติ ป้องกันตาแห้ง ตาบอดกลางคืน และป้องกันเลนส์ตาแห้ง
2. เรติแนล (Retinal) เป็นอีกรูปหนึ่งของวิตามินเอ เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ
3. กรดวิตามินเอ (Retinoic acid หรือ Isotretinoin) ใช้รักษาสิว แต่หากใช้ปริมาณมากจะมีพิษต่อตับ และการผิดรูปต่อทารกในครรภ์
แหล่งที่พบวิตามินเอ
ร่างกายได้รับวิตามินเอจากเนื้อสัตว์ ผักสีเขียวเข้ม ผลไม้สีเหลืองไข่ เนื้อ ตับ เนย ไต น้ำมันตับปลา ผลิตภัณฑ์จากนม และเปลี่ยนรูปมาจากเบต้าแคโรทีน
ในปริมาณอาหาร 100 กรัม ตับ มีวิตามินเอมาก 6,500 ไมโครกรัม หรือนับเป็น 7 เท่าของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ ซึ่งนับว่าเป็นอาหารที่ให้ปริมาณวิตามินเอสูงที่สุด
แครอทมีวิตามินเอ 835 ไมโครกรัม 93% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ
ฟักทองมีวิตามินเอ 400 ไมโครกรัม 41% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ
ไข่ มีวิตามิเอ140 ไมโครกรัม 16% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ
น้ำนมโค มีวิตามินเอ 28ไมโครกรัม 3% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับ
อาการเมื่อขาดวิตามินเอ
จะมองไม่เห็นในที่สลัว ตาแห้ง ผิวหยาบ เติบโตช้า กระดูกอ่อน ติดเชื้อง่าย
นอกจากการได้รับอาหารที่มีวิตามินเอไม่เพียงพอแล้ว การขาดวิตามินเอยังเกิดจากการดูดซึมน้ำมันผิดปกติ การสัมผัสอนุมูลอิสระ เช่นสูบบุหรี่,ดื่มสุรา,และการขาดสังกะสี ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดวิตามินเอได้
คำแนะนำในการรับประทานวิตามินเอ
ร่างกายต้องการวันละ 1,000 ไมโครกรัม หรือในหน่วยของ IU ผู้ชายต้องการ 5,000 IU และผู้หญิงต้องการ 4,000 IU
พิษจากการได้รับวิตามินเอเกินขนาด หากร่างกายได้รับวิตามินเอเกินกว่าวันละ 15,000 IU จะเป็นพิษต่อตับ หากตั้งครรภ์และได้รับวิตามินเอมากเกินไปจะทำให้ทารกพิการ และยิ่งวิตามินเอในรูปที่ละลายน้ำจะก่อพิษสูงกว่าวิตามินเอธรรมดา 10 เท่า
โทษของวิตามิน A
1. สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ ควรได้รับในปริมาณที่แพทย์สั่ง หรือแนะนำเท่านั้น เพราะถ้าได้รับวิตามินเอมาเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะแท้งลูกได้ง่าย หรือเสี่ยงต่อทารกพิการ และมีอาการกระดูกผิดรูปอีกด้วย
2. เกิดอาการเจ็บกระดูก และข้อต่อ ง่วง ซึม นอนไม่หลับ ผมร่วง กระวนกระวาย ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ท้องผูก ทั้งหมดเป็นโทษในระยะยาว จากการได้รับวิตามินเอ ที่มากจนเกินไป
3. ผิวหนังลอก ผัวหนังแห้งแตก และคันตามตัว
4. มีอาการกระดูกผิดรูป ตับโต ม้ามโตกว่าคนปกติ
ทั้งนี้วิตามินเอ ที่เป็นรูปแบบสารสังเคราะห์ แบบเม็ดนั้น ถ้ารับประทานเข้าไปมาก จะเกิดการสะสม เพราะวิตามินเอเป็นวิตามินที่มีรูปแบบ ในการสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งปริมาณที่แนะนำในการรับประทานนั้น อยู่ที่ไม่เกิน 50,000 IU ต่อวัน และถ้ามีการรับประทานยาคุม ก็ไม่ควรทานวิตามินเอร่วมด้วย
Reference
HOME
https://www.drnoithefamily.com/post/vitamin-a-and-pregnancy
เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.
