วิตามินบี 3

วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน (Niacin) ช่วยให้ร่างกายได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน  ลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเลือดขยายหลอดเลือดเล็ก ๆ ช่วยการไหลเวียนเลือด  กำจัดสารก่อแพ้ฮีสตามีนที่ทำให้เกิดอาการคัน บรรเทาอาการข้ออักเสบบรรเทาอาการซึมเศร้า ช่วยให้ระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท และผิวหนังมีความสมบูรณ์และมีสุขภาพผิวดี

แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 3

พบในปลาไก่ เนื้อ ถั่ว ไข่ ตับ นม ธัญพืช  และร่างกายสามารถสร้างได้โดยอาศัยกรดอะมิโนทริปโทเฟนซึ่งได้จากอินทผลัม มะเขือเทศ ยีสต์อะโวคาโด ผัก ผลไม้ เห็ด มันฝรั่งบรอกโคลี แครอท และหน่อไม้ฝรั่ง

อาการเมื่อขาดวิตามินบี 3

การขาดวิตามินบี 3 พบได้จากสาเหตุต่อไปนี้

  • การขาดโปรตีน โดยเฉพาะการได้รับทริปโทเฟนต่ำ
  • การรรับประทานข้าวโพดหรือข้าวฟ่างเป็นอาหารหลัก เนื่องจากข้าวโพดมีทริปโทเฟนต่ำ และข้าวฟางมีลูชีนสูงทำให้เปลี่ยนไนอะซินเป็น NADและ NADP จึงทำให้ขาดไนอะซิน
  • การดื่มสุราเป็นประจำทำให้ร่างกายดูดซึมไนอะซินได้น้อยลง และมีโอกาสรับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย
  • การย่อยและการดูดซึมอาหารผิดปกติ เช่น โรคลำไส้อักเสบ ทำให้มีการย่อยและดูดซึมไนอะซินน้อยลง

อาการเมื่อขาดเล็กน้อยและระยะเวลาขาดไม่นานจะทำให้ท้องเสียกังวล มีผื่น หากขาดรุนแรงและขาดเป็นระยะเวลานานจะเป็นโรคผิวที่โดนแสงจะเป็นผื่นดำเรียกว่า เพลลากรา (Pellagra) ซึ่งทำให้ผิวหนังหยาบ และมีอาการเบื่ออาหาร อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้อาเจียน หลับยาก ความจำไม่ดี ซึ่งมักพบในผู้ดื่มสุราเรื้อรัง

ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวัน

ปริมาณวิตามินบี 3 ที่ร่างกายต้องการต่อวันคือ 19 มิลลิกรัม และไม่ควรได้รับเกิน 10 เท่า

อ้างอิง

https://pharmacy.mahidol.ac.th/

https://haamor.com/

https://th.my-best.com/

เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์.(2566).คู่มืออาหารเสริม ฉบับสมบูรณ์.กรุงเทพ;สำนักพิมพ์ เอ็มไอเอส.