ตรวจสอบผลิตภัณฑ์กับ อย. ก่อนซื้อ ดูอะไรบ้างให้มั่นใจมากขึ้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีให้เลือกจำนวนมาก โดยเฉพาะบนช่องทางออนไลน์ที่เราสามารถสั่งซื้อได้ภายในไม่กี่นาที แต่ก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากดูส่วนประกอบ ราคา หรือรีวิวแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การมีเลขสารบบอาหารเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์มีข้อมูลการอนุญาตอยู่ในระบบหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การพบเลข อย. เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเราควรเชื่อคำโฆษณาทุกข้อความที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น
บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เราสามารถตรวจสอบอะไรได้บ้าง และควรตีความข้อมูลจาก อย. อย่างไรให้ถูกต้อง
เลข อย. ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคืออะไร?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร และผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายตามกฎหมายจะต้องดำเนินการขอรับ เลขสารบบอาหาร ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA Food)
สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร เลขสารบบอาหารจะแสดงเป็น ตัวเลข 13 หลัก ภายในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลาก (CEMC)
ตัวเลขนี้สามารถนำไปค้นหาในฐานข้อมูลของ อย. เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลของผลิตภัณฑ์กับข้อมูลที่ได้รับอนุญาตไว้
สิ่งสำคัญคือ อย่าดูเพียงว่าบรรจุภัณฑ์มีเครื่องหมาย อย. หรือไม่ แต่ควรนำเลขดังกล่าวไปตรวจสอบในฐานข้อมูลด้วย
เพราะตัวเลขหรือเครื่องหมายบนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลที่พิมพ์อยู่บนผลิตภัณฑ์นั้นตรงกับข้อมูลในระบบจริง
มีเลข อย. ไม่ได้หมายความว่า อย. รับรองทุกสรรพคุณ

นี่เป็นจุดที่ผู้บริโภคมักเข้าใจคลาดเคลื่อน
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยชี้แจงว่า เลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาตามข้อกำหนด เช่น ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต คุณภาพหรือมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ได้หมายรวมถึงการรับรองสรรพคุณตามที่มีการนำไปโฆษณา (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค)
ดังนั้น การเห็นข้อความว่า
“มี อย.”
ไม่ควรถูกตีความต่อทันทีว่า
“ข้อความโฆษณาทั้งหมดได้รับการรับรองจาก อย.”
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็น อาหาร ไม่ใช่ยา จึงไม่ควรนำเสนอในลักษณะว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค)
วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์กับ อย.

วิธีที่ง่ายที่สุดคือเข้าเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แล้วเลือกเมนู “ตรวจสอบผลิตภัณฑ์” หรือส่วนตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากนั้นเลือกประเภทผลิตภัณฑ์ที่ต้องการตรวจสอบ (FDA Thailand)
สามารถใช้เลขสารบบอาหารบนฉลากเป็นข้อมูลในการค้นหา
เมื่อตรวจพบผลิตภัณฑ์แล้ว อย่าเพิ่งหยุดอยู่ที่คำว่า “พบข้อมูล” แต่ควรเปรียบเทียบรายละเอียดที่ปรากฏในระบบกับผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะซื้อด้วย
ข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ชื่อผลิตภัณฑ์ตรงกันหรือไม่
- เลขสารบบอาหารตรงกับฉลากหรือไม่
- ชื่อผู้รับอนุญาตหรือข้อมูลผู้ประกอบการสอดคล้องกันหรือไม่
- ประเภทของผลิตภัณฑ์ถูกต้องหรือไม่
- สถานะของผลิตภัณฑ์ในระบบเป็นอย่างไร
สำนักงาน อย. มีระบบ ตรวจสอบการอนุญาตสถานที่/ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำหรับประชาชนโดยตรง (FDA Thailand)
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบผ่าน LINE @FDATHAI โดยเลือกเมนูตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์และกรอกเลขตามที่ปรากฏบนฉลาก ระบบจะแสดงชื่อและสถานะของผลิตภัณฑ์เมื่อพบข้อมูล (FDA Food)
ทำไมต้องตรวจสอบ “สถานะ” ของผลิตภัณฑ์ด้วย?

การค้นพบเลขผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลไม่ได้หมายความว่าเราควรดูเฉพาะชื่อสินค้าเท่านั้น เพราะ สถานะปัจจุบันของผลิตภัณฑ์ก็สำคัญ
ในอดีต อย. เคยตรวจพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีเลขสารบบอาหารจริง แต่เลขดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว ขณะที่ยังมีการนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายหรือโฆษณาอยู่ (FDA Thailand)
ดังนั้นก่อนซื้อ โดยเฉพาะสินค้าที่พบจาก Social Media หรือ Marketplace ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากฐานข้อมูลของ อย. ทุกครั้ง แทนการอาศัยเพียงภาพเครื่องหมาย อย. ที่ร้านค้านำมาแสดง
ตรวจเลข อย. แล้ว ต้องอ่านฉลากด้วย
การตรวจสอบฐานข้อมูลเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอน การอ่านฉลากยังคงมีความสำคัญ
อย. แนะนำให้ผู้บริโภคพิจารณาข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบสำคัญ วันผลิตและวันหมดอายุ คำแนะนำในการเก็บรักษา เลขสารบบอาหาร และข้อความคำเตือนที่เกี่ยวข้อง (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค)
ก่อนรับประทานจึงควรดูอย่างน้อยว่า
ส่วนประกอบคืออะไร → มีปริมาณเท่าใด → วิธีรับประทานอย่างไร → มีคำเตือนหรือไม่ → หมดอายุเมื่อใด
โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำ มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือกำลังใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดพร้อมกัน ควรนำข้อมูลส่วนประกอบไปปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมเมื่อมีข้อสงสัย
ระวังคำโฆษณาที่ดีเกินจริง
แม้ผลิตภัณฑ์จะค้นพบเลขสารบบอาหารในฐานข้อมูลของ อย. ก็ยังควรประเมิน คำโฆษณาแยกออกจากสถานะการอนุญาตของตัวผลิตภัณฑ์
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อพบการกล่าวอ้างในลักษณะ เช่น รักษาโรค ป้องกันโรค หรือกล่าวอ้างผลที่เกินขอบเขตของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
อย. ระบุว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถกล่าวอ้างสรรพคุณในทางยาหรือรักษาโรคได้ และมีการติดตามตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อวดอ้างเกินจริงอย่างต่อเนื่อง (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค)
ดังนั้นแนวคิดง่าย ๆ คือ
ตรวจสอบตัวผลิตภัณฑ์ และตรวจสอบคำโฆษณา แยกออกจากกัน
ผลิตภัณฑ์อาจมีข้อมูลอยู่ในระบบของ อย. แต่ข้อความที่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ขายนำไปโฆษณา ไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องหรือได้รับอนุญาตทุกข้อความเสมอไป
ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลองเช็ก 5 ข้อนี้
ก่อนกดสั่งซื้อ ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยตรวจสอบว่า
1. มีเลขสารบบอาหารหรือไม่
ดูเลข 13 หลักบนฉลากของผลิตภัณฑ์
2. ค้นหาเลขในฐานข้อมูลของ อย.
อย่าเชื่อเพียงภาพเครื่องหมาย อย. บนหน้าร้านหรือโฆษณา
3. เปรียบเทียบข้อมูลให้ตรงกับผลิตภัณฑ์
ตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงหน้า
4. ตรวจสอบสถานะปัจจุบัน
เพราะผลิตภัณฑ์ที่เคยได้รับเลขสารบบอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานะได้
5. ประเมินคำโฆษณาแยกต่างหาก
การมีเลข อย. ไม่ได้หมายความว่าคำกล่าวอ้างทุกข้อความของผู้ขายได้รับการรับรอง
เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดโอกาสที่จะตัดสินใจซื้อจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียวได้มากขึ้น
ถ้าตรวจแล้วไม่พบข้อมูล ควรทำอย่างไร?
หากกรอกเลขจากฉลากแล้วไม่พบข้อมูล อย่าเพิ่งสรุปทันทีว่าเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย เพราะอาจเกิดจากการกรอกข้อมูลไม่ครบหรือไม่ถูกต้อง
ควรตรวจเลขบนฉลากอีกครั้ง และค้นหาผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ อย.
หากยังไม่พบข้อมูล หรือข้อมูลที่พบไม่ตรงกับฉลาก ควรชะลอการซื้อหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ไว้ก่อน และสอบถามสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อยืนยันข้อมูล
ประชาชนสามารถสอบถามหรือแจ้งเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สงสัยว่าไม่ปลอดภัยได้ที่ สายด่วน อย. 1556 โดยเว็บไซต์ อย. ระบุว่าสายด่วนเปิดให้บริการวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–16.30 น. และมีระบบฝากข้อความในวันหยุด (FDA Thailand)
สรุป
การตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับ อย. เป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ควรทำก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
แต่สิ่งสำคัญกว่าการมองหาเครื่องหมาย อย. คือ การนำเลขสารบบอาหารไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลจริง เปรียบเทียบข้อมูลบนฉลาก ตรวจสอบสถานะของผลิตภัณฑ์ และพิจารณาคำโฆษณาอย่างมีวิจารณญาณ
และควรจำไว้ว่า
“มีเลข อย.” ไม่เท่ากับ “อย. รับรองทุกสรรพคุณที่โฆษณา”
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีบทบาทในการเสริมจากอาหารตามปกติ แต่ไม่ใช่ยาและไม่ควรใช้ทดแทนการรักษาโรค หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาอยู่ หรือไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะสมกับตนเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มีเลข อย. แปลว่าปลอดภัย 100% หรือไม่?
ไม่ควรตีความเช่นนั้น เลขสารบบอาหารแสดงถึงข้อมูลการอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แต่ผู้บริโภคยังควรตรวจสอบฉลาก สถานะผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ คำเตือน แหล่งจำหน่าย และความเหมาะสมกับตนเองด้วย
มีเลข อย. แปลว่าสรรพคุณที่โฆษณาได้รับการรับรองทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่ อย. ระบุชัดว่าเลขสารบบอาหารไม่ได้หมายรวมถึงการรับรองสรรพคุณตามที่นำไปโฆษณา (กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค)
ตรวจเลข อย. ได้ที่ไหน?
สามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในเมนูตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หรือใช้ LINE @FDATHAI สำหรับการตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์ (FDA Thailand)
ทำไมต้องตรวจทุกครั้ง ทั้งที่เคยซื้อยี่ห้อนี้แล้ว?
สถานะของผลิตภัณฑ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และ อย. เคยพบกรณีผลิตภัณฑ์ที่เลขสารบบอาหารถูกยกเลิกแล้วแต่ยังมีการโฆษณาหรือพบผลิตภัณฑ์อยู่ในตลาด (FDA Thailand)
ถ้าพบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้างรักษาโรคควรทำอย่างไร?
ควรหลีกเลี่ยงการตัดสินใจจากข้อความดังกล่าว และสามารถแจ้งข้อมูลให้สำนักงาน อย. ตรวจสอบได้ผ่านสายด่วน 1556 หรือช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของ อย. (FDA Thailand)

References
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.). ระบบตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ และคำถามที่พบบ่อยสำหรับประชาชน
- กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อขอรับเลขสารบบอาหาร
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ข้อมูลเกี่ยวกับเลขสารบบอาหารและการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ระบบตรวจสอบเลขผลิตภัณฑ์ผ่าน LINE @FDATHAI
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ข่าวและประกาศเกี่ยวกับการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและการโฆษณาเกินจริง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเลือกและตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาจากแพทย์ เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์
