ผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเสริม

วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจมีประโยชน์ในการช่วยเสริมสารอาหารในกรณีที่ร่างกายได้รับไม่เพียงพอหรือมีความต้องการเพิ่มขึ้น แต่การเป็น “อาหารเสริม” ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับประทานได้โดยไม่มีข้อจำกัด
สารอาหารและสารออกฤทธิ์บางชนิดสามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณสูง รับประทานหลายผลิตภัณฑ์พร้อมกัน หรือใช้ร่วมกับยาบางชนิด นอกจากนี้ อายุ โรคประจำตัว การตั้งครรภ์ และการทำงานของตับหรือไต ก็อาจมีผลต่อความเหมาะสมในการใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด
การรู้จักอ่านฉลาก ตรวจสอบส่วนประกอบ และเข้าใจข้อควรระวังจึงเป็นส่วนสำคัญของการใช้อาหารเสริมอย่างเหมาะสม
อาหารเสริมมีผลข้างเคียงได้หรือไม่?
มีได้
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาจประกอบด้วยวิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน สมุนไพร หรือสารอื่นที่สามารถออกฤทธิ์ทางชีวภาพในร่างกายได้ ดังนั้นจึงมีโอกาสเกิดผลไม่พึงประสงค์หรือเกิดปฏิกิริยากับยาและผลิตภัณฑ์อื่นที่รับประทานอยู่
ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นในกรณีที่
- รับประทานในปริมาณสูงกว่าที่แนะนำ
- รับประทานผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีส่วนประกอบซ้ำกัน
- ใช้อาหารเสริมร่วมกับยาบางชนิด
- ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้ประเมินความจำเป็น
- มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่มีผลต่อการดูดซึมและการขับสารอาหาร
ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงว่า “อาหารเสริมตัวนี้ดีหรือไม่” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า เหมาะกับใคร รับประทานเท่าไร และกำลังใช้ร่วมกับอะไรอยู่
ผลข้างเคียงที่อาจพบจากอาหารเสริม

ผลข้างเคียงแตกต่างกันตามชนิดและปริมาณของส่วนประกอบ รวมถึงสุขภาพของแต่ละบุคคล
อาการที่อาจพบได้ เช่น
- คลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง
- ท้องผูกหรือท้องเสีย
- ปวดศีรษะ
- ใจสั่นหรือนอนไม่หลับในผลิตภัณฑ์ที่มีสารกระตุ้น
- ผื่น คัน หรืออาการแพ้
- การเปลี่ยนแปลงของสีปัสสาวะหรืออุจจาระจากสารอาหารบางชนิด
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน และผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีข้อมูลด้านความปลอดภัยแตกต่างกัน จึงควรอ่านฉลากและคำเตือนเฉพาะของผลิตภัณฑ์นั้นเสมอ
ระวังการได้รับสารอาหารซ้ำโดยไม่รู้ตัว

ปัญหาที่พบได้ในการรับประทานอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกันคือ ส่วนประกอบซ้ำกัน
ตัวอย่างเช่น รับประทาน Multivitamin อยู่แล้ว แต่เพิ่มวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดเดี่ยวอีกหลายรายการ อาจทำให้ได้รับสารอาหารบางชนิดจากหลายแหล่งในวันเดียวกัน
ก่อนเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จึงควรดูรายการส่วนประกอบทั้งหมด ไม่ควรพิจารณาเฉพาะชื่อผลิตภัณฑ์ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์
โดยเฉพาะสารอาหารบางชนิดที่ร่างกายสามารถสะสมได้ การรับประทานในปริมาณสูงต่อเนื่องโดยไม่มีข้อบ่งชี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลไม่พึงประสงค์
หลักง่าย ๆ คือ
ดู “ปริมาณรวมต่อวัน” ไม่ใช่ดูทีละผลิตภัณฑ์
อาหารเสริมอาจมีปฏิกิริยากับยา

นี่เป็นหนึ่งในข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด
อาหารเสริมบางชนิดสามารถเปลี่ยนแปลงการดูดซึม การเผาผลาญ หรือการกำจัดยาออกจากร่างกาย ทำให้ระดับยาอาจสูงหรือต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ตัวอย่างที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่
วิตามิน K และยาวาร์ฟาริน
วิตามิน K มีบทบาทในกระบวนการแข็งตัวของเลือด และสามารถมีผลต่อการออกฤทธิ์ของ warfarin ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ผู้ที่ใช้ warfarin จึงไม่ควรปรับการรับประทานวิตามิน K หรือผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามิน K ด้วยตนเองโดยไม่ได้ปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
แคลเซียมและธาตุเหล็กกับยาบางชนิด
แร่ธาตุบางชนิดสามารถจับกับยาหรือรบกวนการดูดซึมยาในทางเดินอาหารได้ จึงอาจจำเป็นต้องแยกช่วงเวลารับประทานออกจากยาบางชนิด
ระยะเวลาที่ต้องแยกขึ้นอยู่กับชนิดของยาและผลิตภัณฑ์ ไม่ควรใช้กฎเดียวกันกับยาทุกชนิด
สมุนไพรกับยา
ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปฏิกิริยากับยา
ตัวอย่างที่มีข้อมูลชัดเจนคือ St. John’s wort ซึ่งสามารถมีผลต่อระบบเอนไซม์ที่ใช้ในการเผาผลาญยาหลายชนิด และอาจลดประสิทธิภาพของยาบางประเภทได้
Systematic review ที่รวบรวมข้อมูลปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพร/อาหารเสริมกับยา พบปฏิกิริยาที่ได้รับการรายงานในผลิตภัณฑ์และยาหลายประเภท จึงควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารเสริมทุกชนิดที่กำลังรับประทาน ไม่ใช่เฉพาะยาประจำเท่านั้น
ใครบ้างที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ?

บางกลุ่มควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเฉพาะ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ผู้ที่รับประทานยาประจำ
- ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาที่มีช่วงความปลอดภัยแคบ
- ผู้ที่มีโรคตับหรือโรคไต
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- เด็กและผู้สูงอายุ
- ผู้ที่กำลังเตรียมตัวเข้ารับการผ่าตัด
- ผู้ที่รับประทานอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน
ไม่ได้หมายความว่าบุคคลในกลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถใช้อาหารเสริมได้ แต่ควรประเมิน ชนิด ปริมาณ ความจำเป็น และโอกาสเกิดปฏิกิริยาร่วมกับยา เป็นรายบุคคล
ก่อนผ่าตัด ต้องแจ้งเรื่องอาหารเสริมหรือไม่?
ควรแจ้ง
อาหารเสริมบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด หรืออาจมีปฏิกิริยากับยาและการดูแลในช่วงผ่าตัด
หากมีแผนเข้ารับการผ่าตัด ควรแจ้งทีมแพทย์เกี่ยวกับ ยา วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพร และอาหารเสริมทุกชนิด ที่กำลังใช้อยู่
ไม่ควรหยุดหรือปรับผลิตภัณฑ์ทุกชนิดด้วยตนเองโดยใช้คำแนะนำทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต เพราะระยะเวลาในการหยุดอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และลักษณะของการผ่าตัด
“ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัยเสมอไป”
คำว่า Natural หรือสารสกัดจากธรรมชาติอาจทำให้รู้สึกว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยสูง แต่แหล่งที่มาจากธรรมชาติไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยากับยา
สารจากพืชหลายชนิดสามารถออกฤทธิ์ทางชีวภาพในร่างกายได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นควรพิจารณาจาก
- ชนิดและปริมาณสารสำคัญ
- หลักฐานด้านความปลอดภัย
- ข้อห้ามและคำเตือน
- ยาที่ใช้อยู่
- ภาวะสุขภาพของผู้รับประทาน
มากกว่าพิจารณาจากคำว่า “ธรรมชาติ” เพียงอย่างเดียว
เมื่อไรควรหยุดอาหารเสริมและพบแพทย์?

หากหลังรับประทานผลิตภัณฑ์แล้วเกิดอาการผิดปกติรุนแรง ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์และรับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์
อาการที่ควรให้ความสำคัญ เช่น
- หายใจลำบาก
- ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอบวม
- หน้ามืดหรือหมดสติ
- เจ็บหน้าอก
- ใจสั่นหรือหัวใจเต้นผิดปกติ
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือปวดท้องอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
- มีเลือดออกผิดปกติ
- ปัสสาวะลดลงหรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ
- ผิวหนังหรือตาขาวมีสีเหลือง
อาการผิดปกติรุนแรงไม่ควรรอดูอาการเอง หากมีภาวะฉุกเฉินควรรับการรักษาทันที
7 วิธีใช้อาหารเสริมให้ปลอดภัยขึ้น
การลดความเสี่ยงจากอาหารเสริมเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมง่าย ๆ
- อ่านฉลากก่อนรับประทาน
ดูส่วนประกอบ ปริมาณต่อหน่วยบริโภค วิธีรับประทาน และคำเตือน - อย่าเพิ่มขนาดรับประทานเอง
การรับประทานมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ประโยชน์มากขึ้นเสมอไป - ตรวจส่วนประกอบซ้ำ
โดยเฉพาะเมื่อรับประทาน Multivitamin ร่วมกับวิตามินหรือแร่ธาตุชนิดเดี่ยว - แจ้งยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่ใช้อยู่
เมื่อต้องพบแพทย์หรือเภสัชกร ควรแจ้งทั้งยาประจำ ยาที่ซื้อใช้เอง สมุนไพร และอาหารเสริม - ไม่ใช้อาหารเสริมทดแทนยา
หากแพทย์สั่งยาสำหรับรักษาโรค ไม่ควรหยุดยาแล้วใช้อาหารเสริมแทนด้วยตนเอง - ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์
เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลฉลากและผู้ผลิตชัดเจน และสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ - มีอาการผิดปกติให้หยุดและประเมินสาเหตุ
โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งเริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่หรือเพิ่มขนาดรับประทาน
สรุป
อาหารเสริมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโภชนาการได้ แต่ควรใช้บนพื้นฐานของความจำเป็นและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงว่าอาหารเสริมมีสารอะไร แต่ต้องพิจารณา ปริมาณที่ได้รับทั้งหมด ยาที่รับประทานร่วมกัน โรคประจำตัว และผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้อยู่
ก่อนเริ่มอาหารเสริมชนิดใหม่ โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานยาประจำ มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือกำลังเตรียมเข้ารับการผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
FAQ คำถามที่พบบ่อย
อาหารเสริมกินทุกวันได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณ ความจำเป็น และสุขภาพของแต่ละคน อาหารเสริมบางชนิดสามารถใช้ต่อเนื่องได้ตามคำแนะนำ ขณะที่บางชนิดไม่เหมาะกับการรับประทานในปริมาณสูงเป็นเวลานาน จึงควรพิจารณาจากข้อมูลของสารอาหารแต่ละชนิด
กินอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกันได้ไหม?
อาจทำได้ แต่ควรตรวจสอบส่วนประกอบซ้ำและปฏิกิริยาระหว่างผลิตภัณฑ์ รวมถึงยาที่ใช้อยู่ การรับประทานหลายผลิตภัณฑ์ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประโยชน์มากขึ้นเสมอไป
วิตามินกินพร้อมยาได้ไหม?
ไม่สามารถตอบเหมือนกันทุกชนิด เพราะวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดอาจมีปฏิกิริยากับยาหรือรบกวนการดูดซึมยา หากใช้ยาประจำควรตรวจสอบกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
ถ้ากินอาหารเสริมแล้วคลื่นไส้ ควรทำอย่างไร?
ควรตรวจสอบวิธีรับประทานบนฉลากก่อน เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจเหมาะกับการรับประทานพร้อมอาหาร แต่หากมีอาการมาก อาการต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรหยุดใช้และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
อาหารเสริมจากธรรมชาติปลอดภัยกว่าสารสังเคราะห์หรือไม่?
ไม่สามารถสรุปจากแหล่งที่มาเพียงอย่างเดียวได้ สารจากธรรมชาติก็สามารถออกฤทธิ์ในร่างกาย เกิดผลข้างเคียง หรือมีปฏิกิริยากับยาได้เช่นกัน ความปลอดภัยจึงต้องพิจารณาจากสาร ปริมาณ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และผู้ใช้แต่ละคน
References
- U.S. Food and Drug Administration (FDA). FDA 101: Dietary Supplements.
- U.S. Food and Drug Administration (FDA). Information for Consumers on Using Dietary Supplements.
- National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements (NIH ODS). Dietary Supplements: What You Need to Know.
- National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Dietary Supplement Fact Sheets.
- Tsai HH, et al. Evaluation of documented drug interactions and contraindications associated with herbs and dietary supplements: a systematic literature review. International Journal of Clinical Practice. 2012;66(11):1056–1078.
- U.S. Food and Drug Administration (FDA). Mixing Medications and Dietary Supplements Can Endanger Your Health.
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลและคำเตือนด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร.
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปด้านสุขภาพและโภชนาการ ไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์หรือเภสัชกร
